การจัดการการตลาดแนวใหม่

Custom Search
วันพุธที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2553

Statement of Changes in Financial Position

ปฏิกิริยา:  
การดำเนินงานของธุรกิจมีผลทำให้รายได้ ค่าใช้จ่าย สินทรัพย์ หนี้สิน และทุนของกิจการเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งจะมีการทำงบการเงินขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานและฐานะของกิจการงบต่าง ๆ ที่ธุรกิจจัดทำขึ้นมีดังต่อไปนี้ คือ
1. งบกำไรขาดทุน (Income Statement) เป็นงบที่แสดงการเปรียบเทียบรายได้และค่าใช้จ่ายซึ่งเกิดจากการดำเนินงานในงวดบัญชีหนึ่ง ถ้ารายได้มากกว่าค่าใช้จ่ายเรียกว่ากำไรสุทธิ ถ้ารายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่ายเรียกว่า ขาดทุนสุทธิ
2. งบดุล (Balance Sheet) เป็นงบที่แสดงให้เห็นถึงฐานะทางการเงินของกิจการ ณ วันใดวันหนึ่ง โดยจะแสดงถึง สินทรัพย์ หนี้สิน และทุนของกิจการ
3. งบกำไรสะสม (Retained Earning Statement) เป็นงบที่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกำไรสะสมในงวดบัญชีนั้น
งบการเงินที่กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ และส่วนของเจ้าของ รวมถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น ดังนั้นนักบัญชีจึงได้มีความเห็นให้จัดทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินเป็นงบการเงินอีกงบหนึ่งเพื่อเสนอผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมกับงบการเงินดังกล่าวข้างต้น
การจัดทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินสามารถจัดทำได้ 2 เกณฑ์ เกณฑ์เงินทุนหมุนเวียน และเกณฑ์เงินสด เพราะคำว่าเงินทุน (Funds) มีความหมาย หมายถึง เงินสด (Cash) และทุนหมุนเวียน (Working Capital)
1. วัตถุประสงค์ของการจัดทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะทางการเงิน
1. เพื่อแสดงให้เห็นถึงแหล่งเงินทุนที่ได้มาของกิจการจากการดำเนินงานและแหล่งเงินทุนอื่น ๆ ที่ได้มาในระหว่างงวดดำเนินงาน
2. เพื่อแสดงรายละเอียดการใช้ไปของเงินทุนระหว่างงวดดำเนินงาน
3. เพื่อเปิดเผยถึงสาเหตุและจำนวนเงินของการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ในงบแสดงฐานะทางการเงินระหว่างงวดดำเนินงาน
2. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินตามเกณฑ์ทุนหมุนเวียน (Working Capital Basis)
โดยปกติกำไรจากการดำเนินงานจะมีความสำคัญต่อธุรกิจมากแต่มีปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลกระทบที่ให้ผลของการดำเนินงานไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เช่น กิจการได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในอัตราที่สูง แต่ในขณะเดียวกันฐานะของเงินทุนหมุนเวียนกลับต่ำลง เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนใหญ่ของกิจการอยู่ในรูปสินทรัพย์ถาวร หรือเงินทุนระยะยาว ทำให้กิจการขาดความคล่องตัวในการดำเนินงานกิจกาจอาจจำเป็นต้องไปก่อหนี้เพิ่มเพื่อ คืนความคล่องตัวให้กับกิจการ หรือบางครั้งกิจการมีผลกำไรสูงไม่ได้หมายความว่า เงินทุนที่กิจการใช้หมุนเวียนดำเนินงานในปีต่อไปจะมีจำนวนสูงด้วยเสมอไป สาเหตุอาจเนื่องจากกิจการอาจใช้เงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก เป็นผลทำให้เงินทุนหมุนเวียนเหลือน้อยลง เช่น การซื้อสินทรัพย์ถาวรเป็นเงินสด เป็นต้น
เงินทุนหมุนเวียน (Working Capital) หรือ เงินทุนหมุนเวียนสุทธิ (Net Working Capital) หมายถึง ผลต่างของสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียนของกิจการ ในการดำเนินกิจการเงินทุนหมุนเวียนจะเป็นที่สนใจของฝ่ายบริหาร เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจ่ายชำระหนี้ของกิจการ ดังนั้นในการดำเนินงานปัจจุบันเงินทุนหมุนเวียนจึงมีผลต่อฐานะการเงินของกิจการอย่างมาก
ในการจัดทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินตามเกณฑ์เงินทุนหมุนเวียนจะต้องจัดทำงบแสดงการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียนขึ้นก่อนที่จะจัดทำงบแสดงที่มา และใช้ไปของเงินทุนหมุนเวียน
2.1 งบแสดงการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียน (Statement of Changes in Working Capital)
งบแสดงการเปลี่ยนแปลงเงินทุนหมุนเวียน เป็นงบที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียนในงวดบัญชีหนึ่ง ๆ มีวิธีทำดังต่อไปนี้
1. นำสินทรัพย์หมุนเวียน และหนี้สินหมุนเวียนในวันต้นงวดกับวันสิ้นงวดมาเปรียบเทียบกัน
2. จากข้อ 1 คำนวณหาว่ามีการเพิ่มขึ้นหรือลดลง และมีผลต่อเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นหรือลดลง
3. เปรียบเทียบเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นกับเงินทุนหมุนเวียนที่ลดลงและสรุปผลว่าเงินทุนหมุนเวียนสำหรับปีปัจจุบันเพิ่มขึ้น หรือลดลง
จากความหมายที่ว่าเงินทุนหมุนเวียน หมายถึง ผลต่างของสินทรัพย์หมุนเวียนและหนี้สินหมุนเวียน ดังนั้นจะสรุปได้ว่า
เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเนื่องจาก -สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น
-หนี้สินหมุนเวียนลดลง
เงินทุนหมุนเวียนลดลงเนื่องจาก -สินทรัพย์หมุนเวียนลดลง
-หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การจัดการการเงิน